ชื่อวิทูลย์
เบอร์โทร093-3361910
line
 21:15   suradej
22:11   สราวุฒิ
14:27   ธเนตร
15:03   orathai
21:06   Thananchai
07:06   นิสิต
21:56   Suratchada
12:59   รัตนชาติ
22:14   ธีรวัจน์
15:44   เฉลิมพล
20:40   เดชณรงค์
09:49   ฤทธิชัย
10:15   อภิเดช
15:28   วีรชัย
 

Username

Password










Flag Counter 
     
สถิติวันนี้ 52 คน
สถิติเมื่อวาน 137 คน
สถิติเดือนนี้ 
สถิติปีนี้ 
สถิติทั้งหมด
1431 คน
34307 คน
3103180 คน
เริ่มเมื่อ 2014-08-21



ปลูกกล้วยแบบธรรมชาติ เน้นตัดใบ ตัดเครือ ไม่เคยเสียเงินให้ปุ๋ยเคมี


กล้วยน้ำว้า สร้างเงินที่ สังคม หนองคาย


ระหว่างเดือนตุลาคมของทุกปี ที่ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสังคม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย จะมีการจัดงานเทศกาลกล้วยน้ำว้า ประจำปี ขึ้น ดดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับกล้วยน้ำว้า ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอสังคม ภายในงานมีกิจกรรมมากมายที่น่าสนใจ อาทิ พิธีบวงสรวงอ่างปลาบึก, การประกวดขบวนแห่เทศกาลกล้วยน้ำว้า, การประกวดธิดากล้วยน้ำว้า, การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง, การประกวดกล้วยน้ำว้า, การแปรรูปกล้วยน้ำว้า, งานแสดงสินค้าโอท็อป (OTOP), ผลไม้, สินค้าราคาถูกจากโรงงาน

กล้วยน้ำว้า ของอำเภอสังคม ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่เคียงคู่กับชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ในแต่ละปีมีมูลค่านับสิบล้านบาท โดยจำหน่ายทั้งในรูปผลสดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากกล้วยชนิดต่างๆ รวมถึงสิ่งต่างๆ จากกล้วย ไม่ว่าจะเป็นใบตองและหัวปลี โดยมีพื้นที่ปลูกกว่า 8,000 ไร่


เพราะดินฟ้าอากาศและพื้นที่เหมาะสม

“ผมมารับราชการที่นี่ครั้งแรก ในปี 2519 ก็เห็นการปลูกกล้วยน้ำว้ากัน และส่งออกไปจำหน่ายในจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสานกันอยู่แล้ว โดยมากที่สุดอยู่ที่บ้านวังมน ตำบลวังม่วง หมู่บ้านแห่งนี้เพียงที่เดียวในสมัยนั้นมีรถปิกอัพวิ่งส่งไม่ต่ำกว่า 15 คัน” คุณวิทยา พลาหาญ เกษตรอำเภอสังคม ตอบคำถามถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกกล้วยน้ำว้าในพื้นที่แห่งนี้

ทั้งนี้ เกษตรอำเภอสังคม ได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้การปลูกกล้วยน้ำว้าของอำเภอสามารถให้ผลผลิตที่ดี มีรสชาติอร่อย โดยกล่าวว่า

“อาจด้วยสภาพภูมิอากาศและสภาพพื้นดินที่เหมาะสมกับการปลูกกล้วยน้ำว้า อีกทั้งหน้าดินจะมีลักษณะโปร่ง สามารถระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ขัง อย่างชุดดินของอำเภอสังคมนั้น มีทั้งชุดดินโคราช บางส่วนเป็นชุดโพนพิสัย อีกทั้งมีลักษณะเขาสลับซับซ้อน ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นธรรมชาติ ระบบน้ำก็ซึมซับจากภูเขา ทำให้มีน้ำมากเพียงพอตลอดปี ทำให้กล้วยน้ำว้าที่เกษตรกรปลูกสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งปี”

“รสชาติของกล้วยน้ำว้าที่ปลูกในอำเภอสังคมนั้น จะมีลักษณะเด่นแตกต่างกับแหล่งปลูกในเขตจังหวัดอื่นๆ ของภาคอีสานที่ได้นำสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าจากอำเภอสังคมไปปลูก รสชาติของกล้วยน้ำว้าก็จะไม่เหมือนกับที่นี่ นับว่าเป็นเรื่องที่แปลก”เกษตรอำเภอสังคม บอก

โดยกล้วยน้ำว้าของอำเภอสังคม แม้ลูกจะไม่โต ไม่อ้วน จะมีรสชาติหวานและมีกลิ่นหอมมากกว่ากล้วยน้ำว้าจากที่อื่น ยิ่งเวลาสุก ลักษณะเปลือกจะไม่แข็ง จะนุ่ม อีกทั้งยังเหมาะในการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ดีมาก โดยเฉพาะกล้วยตากของอำเภอสังคม จะมีชื่อเสียงมาก และได้รับการคัดเลือกให้เป็น OTOPProduct Champion”

สำหรับสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าของอำเภอสังคมนั้น เป็นกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์พื้นเมืองที่มีลักษณะแตกต่างจากกล้วยน้ำว้าโดยทั่วไป ในส่วนของชื่อสายพันธุ์ มีคำตอบว่า...

“ไม่เคยคิดตั้งชื่อพันธุ์กันเลย เรียกกันแต่ว่า เป็นสายพันธุ์กล้วยจากอำเภอสังคมเท่านั้น” เกษตรอำเภอสังคมกล่าว

ในขณะที่ขนาดของเครือกล้วยจะไม่ใหญ่มากนัก โดย 1 เครือ จะมีจำนวนหวีเฉลี่ย 7-10 หวี แต่หากเป็นพื้นที่ปลูกใหม่ เป็นกล้วยที่ให้เครือ 1-2 เครือแรก ได้จำนวนมาก 12-14 หวี แต่หลังจากนั้นปริมาณหวีที่ได้ต่อเครือจะลดลง จนอยู่ในช่วง 7-9 หวี แต่ละหวีจะมีผลกล้วย ประมาณ 14-15 ลูก

โดยในพื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะได้ผลผลิต ประมาณ 2,000 หวี ต่อปี



ปลูกกล้วยแบบธรรมชาติ เน้นตัดใบ ตัดเครือ

สำหรับรูปแบบการปลูกกล้วยของอำเภอสังคมนั้น เกษตรอำเภอบอกว่า จะมีการปลูกเพื่อให้สามารถได้ประโยชน์ใน 2 รูปแบบ คือ หนึ่ง การปลูกเพื่อ ขายเครือกล้วย สอง การปลูกเพื่อ ตัดใบขาย

“ทั้งนี้ เมื่อมาเฉลี่ยแล้ว ทั้ง 2 รูปแบบ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ดีเหมือนกัน” เกษตรอำเภอสังคมกล่าว

นั่นหมายความว่า ในพื้นที่ปลูกกล้วย 1 แปลงนั้น ขณะที่ต้นกล้วยยังไม่ให้เครือ เกษตรกรจะใช้ประโยชน์ในการตัดใบจำหน่าย แต่เมื่อเกษตรกรเริ่มเห็นว่าต้นกล้วยนั้นกำลังเริ่มติดเครือ จะหยุดการตัดใบ และปล่อยให้ต้นกล้วยต้นนั้นเจริญเติบโตตามปกติ เพื่อตัดเครือจำหน่าย

“ในกรณีที่ต้นกล้วยต้นนั้นติดเครืออยู่ และยังมีการตัดใบอยู่อีก จะส่งผลทำให้เครือกล้วยไม่เจริญเติบโต มีลักษณะเล็กแกร็น”คุณพิทักษ์ วานิชย์ อาจารย์จากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสังคม ( กศน. สังคม) ซึ่งปัจจุบันได้นำเรื่องราวของการปลูกกล้วยมาจัดเป็นวิชาเลือก ให้นักศึกษาของ กศน. ได้เรียนรู้ และเกิดการพัฒนาในอาชีพการปลูกกล้วยกล่าวเสริมและว่า

“ดังนั้น เมื่อมีเครือเกิดขึ้น เกษตรกรจะปล่อยกล้วยนั้นไว้ตามธรรมชาติ แต่ถ้าถามว่า มีการจัดการดูแลอย่างไร ตรงนี้บอกได้เลยว่า การปลูกกล้วยในเขตอำเภอสังคม เกษตรกรไม่เคยต้องทำอะไรเลย ปุ๋ยเคมี การฉีดยาต่างๆ ไม่มี ปล่อยให้เจริญเติบโตเป็นตามธรรมชาติอย่างเดียว”

คุณพิเชษฐ์ และ คุณบัวพา หลานวงศ์ สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 5 บ้านวังมน ตำบลวังม่วง เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีรายได้เป็นอย่างดีจากการปลูกกล้วยน้ำว้า โดยมีพื้นที่ปลูก 20 ไร่ โดยแบ่งทั้งส่วนที่เป็นพืชหลัก และพืชเสริมในแปลงปลูกยางพารา

“ผมมาปลูกกล้วยน้ำว้าขาย ประมาณ 10 ปีแล้ว สาเหตุที่มาทำเพราะเห็นว่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องมีการดูแลมาก ไม่ต้องใส่ปุ๋ยอะไรเลย งานหนักที่สุดคือ คอยตัดหญ้า วัชพืช ปีหนึ่ง 2-3 ครั้ง และตัดแต่งใบไม่ให้มีใบแห้งติดต้น เพราะป้องกันการเกิดโรคระบาดเข้าทำลายเท่านั้น”

“ที่นี่ไม่เคยมีใครเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมีมาใส่กล้วยน้ำว้ากันหรอกครับ เราปล่อยให้กล้วยเจริญเติบโตตามธรรมชาติ” คุณพิเชษฐ์กล่าว

ส่วนระยะปลูกกล้วยที่นิยมกันในพื้นที่ คุณพิเชษฐ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นกรณีที่ปลูกเพื่อตัดใบขายนั้น จะนิยมปลูกถี่ เพื่อให้ได้จำนวนใบที่มากขึ้น โดยปลูกที่ระยะ 4x4 เมตร

ส่วนการปลูกเพื่อตัดเครือกล้วยขาย จะปลูกระยะ 5x5 เมตร เพื่อต้องการให้ได้ต้นที่สมบูรณ์ให้เครือกล้วยที่ใหญ่

“ในสวนกล้วย เราสามารถปลูกพืช อย่าง ข่า ตะไคร้ แซมเข้าไปด้วย เพราะจากประสบการณ์ของผม ถ้าปลูกพืชอื่นเสริมด้วยจะทำให้ต้นกล้วยเจริญเติบโตได้ดี และเราก็มีรายได้เพิ่มจากพืชอื่นที่ปลูกด้วย”

“ปกติถ้าปลูกใหม่จะปลูกในช่วงหลังปีใหม่ไปแล้ว เพราะถ้าไปปลูกช่วงที่ฝนตกชุก อย่างในช่วงเดือนมิถุนายนกล้วยจะไม่ค่อยโต ใช้หน่อที่เป็นสาวขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก เพราะถ้าปลูกโดยใช้หน่อใหญ่จะทำให้ติดเครือเร็ว ซึ่งเป็นลักษณะที่เราไม่ต้องการ เพราะต้องตัดใบจำหน่าย จึงจะเลือกหน่อที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เพื่อให้สามารถตัดใบได้นานขึ้นอีก ทั้งไม่หนักในเวลาขนมาปลูก” คุณพิเชษฐ์ กล่าว

อาจารย์พิทักษ์ กล่าวเสริมว่า จากการสังเกตช่วงที่เหมาะคือ ตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงพฤษภาคม จะเหมาะสมกับการปลูกกล้วยน้ำว้า ถ้าปลูกในช่วงฝนชุกดินจะแฉะ ต้นจะเปื่อย แต่ถ้าเหง้าไม่ตาย อีกระยะหนึ่งจะแตกต้นใหม่ ซึ่งจะให้ผลผลิตช้ากว่ากล้วยที่ปลูกในรุ่นเดียวกัน

ส่วนจำนวนต้นกล้วย ต่อ 1 กอนั้น เกษตรกรเจ้าของสวนบอกว่า หน่อขึ้นมาเท่าไร ก็ปล่อยเท่านั้น ไม่มีการตัดหน่อออก เพราะต้องการจำนวนต้นให้ขึ้นมามากที่สุด เพื่อทั้งการตัดใบและตัดเครือ

หลังจากปลูกแล้ว ประมาณ 8-12 เดือน จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

ในการปลูกกล้วยหากไม่มีโรคระบาดที่สำคัญอย่างโรคตายพรายเข้าทำลาย จะเก็บผลผลิตได้นาน ประมาณ 7-8 ปี จึงรื้อกอทิ้งแล้วปลูกใหม่

“ปกติกล้วยที่ให้เครือในปีแรกจะไม่นิยมตัดใบ เพราะจะเป็นช่วงที่ให้เครือใหญ่ จำนวนหวีมาก” อาจารย์พิทักษ์ กล่าวเสริม

การปลูกกล้วยของสองสามีภรรยาดังกล่าว จะใช้ระบบดังที่กล่าวข้างต้นคือ หากต้นไหนเริ่มติดเครือจะหยุดการตัดใบ จะตัดใบเฉพาะต้นที่ยังไม่ออกเครือ

“การตัดใบนั้น จะมีลักษณะการหมุนเวียน โดยเมื่อตัดใบจากต้นนี้แล้ว อีก 1 อาทิตย์ ก็สามารถหมุนกลับมาตัดใบใหม่ได้อีกครั้ง เป็นอย่างนี้เรื่อยไป โดยการตัดใบนั้นจะตัดเฉพาะใบแก่พอดี มีลักษณะใบเขียวเป็นมัน หากเป็นใบที่อ่อนเมื่อตัดลงมาจะมีปัญหาใบเหี่ยวง่าย” คุณบัวพา กล่าว

ความยาวของก้านใบที่เหมาะสมในการตัด อยู่ที่ประมาณ 1.20 เมตร ขึ้นไป

การตัดใบของเกษตรกรในพื้นที่จะเริ่มตัดตั้งแต่เช้าในขณะที่แดดยังไม่แรง เพื่อป้องกันไม่ให้ใบตองถูกแดดนานและเกิดอาการใบเหี่ยวไม่สวย

“ปกติจะเข้าสวนมาตัดใบ ประมาณ 7 โมงเช้า ซึ่งการตัดจะนานเท่าไร ขึ้นอยู่กับจำนวนมัดที่เราต้องการนำไปส่ง แต่ปกติทำ 2-3 ชั่วโมง ก็เสร็จ” ผู้เป็นภรรยากล่าว

สำหรับการตัดใบขายนั้น คุณบัวพา บอกว่า จะได้รับโควต้ามาจากพ่อค้าที่เข้ามารับซื้อ ว่าแต่ละวันต้องส่งใบตองให้กี่มัด

“มัดหนึ่ง จะใส่ใบตอง ประมาณ 7 ก้าน โดยนำมาผ่าครึ่งแล้วพับทำเป็นมัด แต่ช่วงหน้าแล้งจำนวนใบจะต้องใส่มากกว่านี้เพราะขนาดใบเล็ก ไม่ค่อยสวย แต่หน้าแล้งจะเป็นช่วงที่ใบตองมีราคาดีมาก เพราะปริมาณใบตัดได้จะน้อย”

ทั้งนี้ คุณพิเชษฐ์ บอกว่า ราคาใบตองที่ขายได้ในขณะนี้ อยู่ที่มัดละ 13 บาท แต่ในช่วงหน้าแล้ง ราคาจะขยับสูงขึ้น โดยอาจสูงถึง มัดละ 18-20 บาท

“พอเริ่มเดือนพฤศจิกายน ราคาใบตองที่จำหน่ายจะเริ่มสูงขึ้น และไปแพงมากที่สุดในช่วงสงกรานต์ และเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนราคาจะลดลงมาเป็นปกติ”

ซึ่งไม่เฉพาะใบตองเท่านั้นที่ราคาจะสูง เครือกล้วยที่จำหน่ายได้ก็จะมีราคาสูงเช่นกัน โดยอาจารย์พิทักษ์กล่าวเสริมว่าในช่วงหน้าแล้งเป็นช่วงที่กล้วยน้ำว้าจะให้รสชาติหวานอร่อยมาก แต่จะเป็นช่วงที่ให้ผลผลิตน้อยลง โดยจากปกติที่กล้วย 1 เครือ อาจมี 7-9 หวี แต่ช่วงหน้าแล้ง 1 เครือ สูงสุดเต็มที่จะไม่เกิน 7 หวี

“ในมุมมองของผมคิดว่า การปลูกเพื่อตัดใบขาย จะสร้างรายได้ให้ดีกว่าการตัดเครือขาย เพราะขายได้ทุกวัน แต่ปลูกเพื่อตัดเครือ ในพื้นที่ 20 ไร่ ของผมเดือนหนึ่งจะตัดเครือขายได้ ประมาณ 700-800 หวี เท่านั้น แต่ใบตองตัดขายได้ทุกวัน” คุณพิเชษฐ์ กล่าวเสริม

สำหรับใบตองจากกล้วยน้ำว้าของอำเภอสังคมนั้น ทั้งหมดจะถูกรวบรวมและส่งไปให้กับผู้ประกอบการผลิตหมูยอในภาคอีสาน


“คนที่ทำหมูยอขายจะนิยมนำใบตองไปห่อ ซึ่งข้อดีของใบตองจากกล้วยน้ำว้าคือ เมื่อห่อหมูยอแล้วจะไม่ทำให้มีรสขม แต่ถ้าเป็นกล้วยตานี เอาไปห่อหมูยอแล้วจะมีรสขม” คุณพิเชษฐ์ กล่าว

ในส่วนของการจำหน่ายผลผลิตอื่นๆ นอกจากใบตอง และเครือกล้วยน้ำว้าแล้ว เจ้าของสวนยังบอกว่า สามารถจำหน่ายหน่อพันธุ์และหัวปลีได้อีกด้วย

สำหรับหน่อกล้วยที่จะจำหน่าย ตกอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท โดยจะมีการสั่งซื้อเข้ามามากในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งทางเกษตรกรจะขุดหน่อจำหน่ายตามจำนวนที่สั่งซื้อเข้ามา

ส่วนปลีกล้วย จะมีพ่อค้าในหมู่บ้านรอรับซื้อด้วยเช่นกัน โดยราคาอยู่ที่ หัวละ 3 บาท


ส่วนต้นกล้วย หลังจากที่ตัดเครือแล้ว โดยมากเกษตรกรในพื้นที่ยังไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์อื่น โดยเมื่อตัดเครือแล้วจะตัดต้นทิ้งไว้ในสวนให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยไปตามธรรมชาติ


ศูนย์รวมธุรกิจ E-commerce สินค้าและบริการ (สมาชิกลงโฆษณาฟรี)





www.thai1ecommerce.com  เปิดโอกาสให้สมาชิก ลงโฆษณาฟรี
สำหรับผู้ที่สนใจที่จะลงโฆษณาติดต่อ call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รายได้มหาศาลไม่ได้ถูกสร้างจากการทำงานหนัก แต่ถูกสร้างด้วยการ
ทำงานอย่าง "ชาญฉลาด"เคล็ดลับการทำเงินอย่างต่อเนื่อง ให้กับคุณ
ด้วยระบบของเรา หากคุณ...ต้องการสร้างผลลัพธ์ให้กับตัวเอง 
ต้องการรายได้แบบ Passive Income

ถั่วดาวอินคา มีผลผลิตที่สูงมากกว่า 4,000-5,000 กิโลกรัมต่อ 6 ไร่
มีความต้องการทางตลาดโลกสูง จึงมีการรับประกันราคาซื้อ อยู่ที่
กก.ละ 50 บาท ต้นทุนในการลงทุนครั้งแรกต่ำ การเก็บเกี่ยว 7-8 เดือน
ผลผลิตที่มีความยาว 15 - 50 ปี
 


เทคนิคการปักชำอย่างง่าย
วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์และบ่อพลาสติก
- การเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด รายได้เดือนละ 100,000 บาท





 
  

จำหน่ายกิ่งพันธุ์ไผ่กิมซุง ไผ่อินโดจีน ไผ่ไต้หวัน ไผ่บงหวาน ไผ่เลี้ยงหวาน ไผ่ยักเมืองน่าน

        

Copyright (c) 2014 by  www.thai1ecommerce.com
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550